รีวิว Microsoft Lumia 535 สมาร์ทโฟนตัวแรกภายใต้ชื่อ Microsoft

หลังจากที่ไมโครซอฟท์เปิดตัว Lumia 535 สมาร์ทโฟนเครื่องแรกภายใต้ชื่อไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้ ไมโครซอฟท์ประเทศไทย (ฝ่ายไมโครซอฟท์ ดีไวซ์) ได้นำเอา Lumia 535 มาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

ตัวเครื่อง

สำหรับ Lumia 535 ครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า อย่างเช่น 630, 530 คือขนาดที่ถือว่าค่อนข้างใหญ่ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นไปอยู่ที่ 5 นิ้วด้วย

เช่นเคย หน้าจอของ 535 ไม่มี Glance Screen ตามรอย Lumia ในปี 2014 เกือบทุกรุ่น, ความละเอียดหน้าจอที่อยู่ระดับ qHD ซึ่งต้องถือว่าค่อนข้างน้อย แต่เวลาอ่านแล้วยังรู้สีกว่า “ยอมรับได้” และสีของหน้าจอที่ดีกว่า Lumia 530 อย่างชัดเจน แม้จะดีไม่เท่า 630 ก็ตาม

Lumia 535, front

กล้องหลัง

Lumia 535, Back camera

ด้านข้างขวาของเครื่องที่มีเฉพาะ ปุ่มเปิด/ปิด หน้าจอ และปุ่มปรับเสียง

Lumia 535, Right Side

ด้านหลังของเครื่อง

Lumia 535, Back

เทียบกับ Lumia 630 (ซ้าย)

Lumia 630 vs 535

สิ่งที่ชัดเจนเมื่อ Lumia 535 เทียบกับ Lumia 630 คือการมีกล้องหน้าและมีตัวเซนเซอร์ต่างๆ มาให้ครบมากกว่า (จุดตายของ Lumia 630) ทำให้ความน่าใช้ของ 535 ในกลุ่มราคาประหยัดสาย Windows Phone นั้นมีความสมบูรณ์มากกว่า อย่างไรก็ตามหากเทียบในแง่ประสิทธิภาพ Lumia 630 ย่อมให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

ทว่าจุดแข็งเหล่านั้น กลับถูกกลบด้วยคุณภาพของงานตัวเครื่อง ตลอดช่วงเวลาการทดสอบ ผมพบว่าฝาหลังอ่อนและบางมากๆ จนน่าใจหาย (ผิดกับ 530) นอกจากนั้นผมยังทดลอง “งอ” เครื่องเบาๆ ซึ่งก็พบว่าตัวเครื่องอ่อนแอตามไปด้วย และไม่แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งสร้างความผิดหวังอย่างมากในการรีวิว

ซอฟต์แวร์และการใช้งานจริง

ซอฟต์แวร์ภายในเป็น Windows Phone 8.1 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ Lumia Denim ดังนั้นในแง่การใช้งานก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก Lumia ก่อนๆ หน้า ที่เคยได้รีวิวเอาไว้แล้ว แต่สิ่งที่ชัดเจนในครั้งนี้คือการเปลี่ยนเสียงเรียกเข้า (ringtone) ซึ่งไม่ได้ใช้เสียงเหมือนรุ่นก่อนหน้าอีกต่อไป และมีเสียงเพิ่มขึ้นมาด้วย (บางเสียงเป็นเพลงที่ใช้ในโฆษณารุ่นก่อนๆ)

ทันทีที่เปิดเครื่องใช้ครั้งแรก ปรากฎว่าเครื่องกลับค้าง ติดอยู่ที่หน้าจอให้เตรียมพร้อมนานถึง 15 นาที จนกระทั่งต้องบังคับปิดเครื่องด้วยการถอดแบตเตอรี่ที่มาพร้อมเครื่อง แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง จึงจะทำงานต่อได้ เรียกว่าประสบการณ์ครั้งแรกก็ไม่น่าประทับใจอย่างยิ่งยวด

ความดังของลำโพงเมื่อเวลาเล่นเพลงและเสียงเรียกเข้า ตลอดจนถึงการสั่น อยู่ในระดับที่เข้าขั้นแย่ซ้ำรอย Nokia X2 กล่าวคือ การสั่นเป็นไปอย่างเบามาก และเสียงเรียกเข้าถ้าเลือกเพลงไม่ถูก เสียงจะหายไปไม่ดังเลย ทำให้พลาดการรับสายได้ง่ายมาก

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ยังพอให้อภัยได้เมื่อเทียบกับหน้าจอทัช (touch screen) ที่เข้าขั้นแย่มาก หากจับเวลาตั้งแต่สัมผัสหน้าจอจนกระทั่งเครื่องจับได้ว่ามีการสัมผัส ถือว่า “ช้าจนเห็นได้ชัด” ในหลายครั้งที่เวลาตัวเลือกเป็นรายการ (list view) พอลากนิ้วแล้วกลับไม่ตาม หรือมีการช้า (ดีเลย์) จนเห็นได้ชัดเจน (อีกกรณีคือการลากนิ้วบนแป้นพิมพ์ของ Lumia 535 ที่เส้นตามรอยคำที่ลากนั้น ตามไม่ทัน) ซึ่งกลายเป็นปัญหาข้อใหญ่ที่สุดของ Lumia 535 นั่นเพราะ Lumia 535 เป็นแบบหน้าจอสัมผัสอย่างเดียว (ไม่มีวิธีป้อนข้อมูลแบบอื่นเลย) ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาที่ซอฟต์แวร์หรือที่ฮาร์ดแวร์กันแน่ (แน่นอนคือผมไม่เจอปัญหานี้ใน Lumia 530)

กล้อง

เรื่องของกล้องต้องถือว่าทำได้สมราคา ไม่เลวร้ายแต่ก็ไม่ได้ดีแต่ประการใด ทว่าข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือการบันทึกภาพในแต่ละครั้ง ทำได้ช้าอย่างมาก และคุณภาพก็ไม่ได้ดีไปกว่า Lumia 530 สักเท่าไหร่ในบางจุดแม้ว่าจะมีแฟลชมาให้

WP_20141204_15_46_45_Pro

ยำถั่วพลู

ส้มตำ (ตำไทย)

HP Stream 11

ไก่ย่าง

เนื้อวัวแดดเดียวทอด

สรุป

Lumia 535, front

ผมไม่คิดว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Microsoft Lumia ด้วย Lumia 535 เป็นการเปิดตัวที่ดีเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่เปิดเครื่อง ก็มีอาการซอฟต์แวร์ค้าง ไปจนถึงประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่ไม่น่าประทับใจเลยแม้แต่น้อย สวนทางกับ Lumia รุ่นอื่นๆ ที่วางจำหน่ายในปีนี้ทั้งหมด นี่ยังไม่นับรวมถึงคุณภาพของวัสดุและงานประกอบของเครื่องที่ใช้ ตลอดจนถึงคุณภาพของจอสัมผัสที่ทำให้ผมหงุดหงิดตลอดการรีวิวเครื่องนี้

แม้ว่าจะมีจุดขายที่ว่าหน้าจอใหญ่ มีกล้องหน้าและกล้องหลังที่ “พอใช้ได้” ตลอดจนถึงมีเซนเซอร์ต่างๆ ให้มาค่อนข้างครบ รวมถึงหน้าจอที่ดี แต่ข้อเสียต่างๆ กลับกลบความน่าใช้ของ Lumia 535 ไปหมด จนทำให้รู้สึกว่า ถ้า Lumia 530 คือผลิตภัณฑ์ที่ยังทำไม่สมบูรณ์ (half-baked) 535 เป็นเพียง “ตัวต้นแบบ” (prototype) เท่านั้น ซึ่งผมมีความคาดหวังลึกๆ (แบบลมๆ แล้งๆ) ว่าไมโครซอฟท์ จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างน้อยที่สุดในสินค้าชุดถัดไปที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยครับ

ข้อดี

  • เซนเซอร์ที่ให้มาครบ
  • มีกล้องหน้า (อย่างน้อยที่สุดในย่านมือถือราคาถูกของ Lumia)
  • หน้าจอคุณภาพสูง (แม้ความละเอียดจะต่ำ)

ข้อด้อย

  • หน้าจอสัมผัส (ศูนย์กลางประสบการณ์ผู้ใช้ทั้งหมด) มีปัญหา ทำงานได้แย่มาก
  • คุณภาพของงานและวัสดุที่ใช้ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานปกติ (เทียบกับ Lumia 530 ยังยาก)
  • ซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาเรื่องความเสถียรอย่างมาก
  • กล้องที่จับภาพได้ช้ามาก โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูป

ที่มา blognone

loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *