แอปเปิลเปิดตัว iOS 9 เพิ่มความสามารถ ปรับปรุงความเสถียร ลดขนาดลง และเอาใจนักพัฒนาแอพ

แอปเปิลเพิ่มความสามารถ ปรับปรุงความเสถียร ลดขนาดของโอเอสลงใน iOS 9 และเครื่องมือพัฒนาแอพที่ง่ายต่อทำแอพลงอุปกรณ์ iOS

iOS 9 เปิดให้นักพัฒนาอัพเดตแล้ววันนี้ เปิดให้ Public Beta ในเดือนกรกฎาคม และจะให้อัพเดตอย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ผลินี้ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเดียวกับที่ iPhone รุ่นต่อไปเปิดตัวเช่นเดิม รองรับอุปกรณ์ทุกตัวที่ใช้ iOS 8 ได้ (iPhone 4s ขึ้นไป, iPad 2 ขึ้นไป และ iPod touch 5th gen)

AlliOS8Devices
iOS9

Siri กับความสามารถแบบ Proactive Assistant
ความสามารถใหม่ๆ ของ Siri ส่วนใหญ่ทำเพื่อมาต่อกรกับ Google Now โดยเฉพาะการรันแอพโดยวิเคราะห์จากการใช้งานอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน
– เปลี่ยน UI ใหม่ และใช้คำสั่งเสียงที่ซับซ้อนขึ้นได้
MoreComplex
– หากผู้ใช้วิ่งและฟังเพลงไปด้วยในตอนเช้าอยู่เสมอ เมื่อเสียบหูฟังในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน Siri จะเปิดเพลงให้ทันที
RunWithMusic
– ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จักจากในอีเมลได้ และความสามารถอื่นๆ ทั้งยังเพิ่มความเร็วและความแม่นยำขึ้นของ Siri อีก 40%

Search
– เครื่องมือการค้นหา เพิ่ม Deep Linking เข้าสู่เพื่อเข้าสู่แอพที่เกี่ยวข้องได้ทันที และเพิ่ม API การค้นหา
Search

Apple Pay
– รองรับระบบบัตรสมาชิก และเพิ่มการให้บริการในสหรัฐราชอาราจักร เปลี่ยนชื่อแอพ Passbook เป็น Wallet
APMMS

Notes
– เพิ่มการปรับแต่งตัวอักษร เช็กลิสต์
Checklist
– ใส่รูปเพิ่มหรือสเก็ตช์ภาพเอาเองก็ได้
Draw
– แชร์เข้า Notes ผ่าน Share Sheets
Share2Notes

Apple Maps
– เพิ่มเส้นทางการเดินทางด้วยพาหนะสาธารณะ
AM

Apple News
– แอพอ่านข่าว บทความและแมกกาซีนมา ลักษณะเดียวกับ Flipboard
AN

คีย์บอร์ด QuickType บน iPad
– เพิ่มช็อตคัต cut ,paste และ formatting ใช้ 2 นิ้วเพื่อเปลี่ยนคีย์บอร์ดให้เป็นแทร็กแพด
QTK

Multitasking
– โหมด Slide Over และ Picture in Picture ใน iPad Air และ iPad mini 2 ขึ้นไป
PiP
– โหมด Split View จะมีเฉพาะใน iPad Air 2 เท่านั้น
SplitView

ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่
iPhone ใช้งานได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมงบน iOS 9 และใน Low-Power Mode เพิ่มเวลาการใช้งานขึ้นอีก 3 ชั่วโมง

ความปลอดภัย
– ระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลบน iCloud

การอัพเดต iOS
– ลดขนาดของ iOS จาก iOS 8 4.6GB ลงเหลือ 1.3GB ใน iOS 9

สำหรับนักพัฒนา
DevKits

  • GameplayKit มาพร้อมกับ AI และ pathfinding, Model I/O สำหรับการสร้างแสงแบบสามมิติ และ ReplayKit ที่ให้บันทึกและแชร์การเล่นเกม
  • HealthKit
    HealthKit
  • HomeKit รองรับการควมคุมผ้าม่าน และเซ็นเซอร์ต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์วัดคาร์บอนไดออกไซด์
    HomeKit
  • CarPlay รองรับแอพจากผู้ผลิตรถยนต์เพื่อควบคุมอุปกรณ์ภายในรถ, Wireless Carplay ใช้งานโดยไม่ต้องเสียบสาย และรองรับ HiDPI และเพิ่มจำนวนของขนาดหน้าจอที่รองรับ
    CarPlay
  • Swift เปิดเป็นโอเพนซอร์ส และ Swift 2
    Swift

ที่มา – Blognone

loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *